Tag : สมาร์ทโฮม

สังคมผู้สูงอายุและความปลอดภัยของที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยที่จะทำให้ตลาดสมาร์ทโฮมโตขึ้น

สำหรับผู้สูงอายุ สมาร์ทโฮมจะเป็นผู้ช่วยได้เป็นอย่างดีทั้งเรื่องของการอำนวยความสะดวกในการเปิด-ปิดอุปกรณ์ต่างๆ แม้ว่าเครื่องใช้ภายในบ้านจะมีรีโมทอยู่แล้ว แต่การใช้รีโมทหลายๆ อัน อีกทั้งปุ่มกดกับตัวหนังสือที่ค่อนข้างเล็กก็ไม่ใช่เรื่องที่สะดวกสักเท่าไร ที่สำคัญคือการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ทำหน้าที่ติดต่อญาติหรือโรงพยาบาลให้โดยอัตโนมัติ

คนที่มีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้านคงเข้าใจดีเกี่ยวกับความกังวลใจเมื่อจำเป็นต้องให้ผู้สูงอายุอยู่บ้านตามลำพัง ตามข้อมูลประชากรเมื่อปี พ.ศ. 2556 ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุ 9.6 ล้านคน คาดว่าจำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 17.6 ล้านคนในปี พ.ศ. 2573 และจะเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคนในปี พ.ศ. 2583 ดังนั้นความต้องการในส่วนนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

สมาร์ทโฮมไม่ใช่แค่เรื่องของการทำให้อุปกรณ์ต่างๆ สามารถควบคุมการทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้เท่านั้น แต่ยังสามารถดูความเคลื่อนไหวที่บ้านและควบคุมจากระยะไกลที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ จะควบคุมด้วยคำสั่งเสียงก็ได้ซึ่งมีการพัฒนาให้เห็นบ้างแล้ว เช่น Google Home หรือ Amazon Echo Dot อุปกรณ์ซึ่งเป็นผู้ช่วยภายในบ้านที่พัฒนาโดยบริษัทชื่อดังอย่าง Google และ Amazon และต่อไปสมาร์ทโฮมคือการที่สามารถกำหนดให้สิ่งต่างๆ ภายในบ้านทำงานโดยอัตโนมัติได้อย่างแท้จริงตามที่ผู้อยู่อาศัยต้องการ

จากปัจจัยรอบด้านที่ค่อนข้างพร้อมในตอนนี้โดยเฉพาะเรื่องของอินเทอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพและมีช่องทางการเชื่อมต่อที่สะดวก เอื้อให้การพัฒนาเกี่ยวกับ Internet of Things เป็นรูปธรรมมากขึ้น และมีบริษัทที่ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในตลาดเพิ่มขึ้นด้วย มีทั้งบริษัทในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มนำเสนอแนวคิดเรื่องของสมาร์ทโฮมกับลูกค้า บางบริษัทผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับบ้านอยู่แล้วก็หันมาต่อยอดและนำเสนออุปกรณ์ที่รองรับการใช้งานสำหรับสมาร์ทโฮมด้วย หรือบริษัทที่เป็นนักพัฒนาและเขียนโปรแกรมก็หันมาสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาแอปพลิเคชันทางด้านนี้มากขึ้น

แม้แต่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตอย่าง AIS ก็มีการปรับตัวและพัฒนาการบริการที่รองรับในเรื่องของ Internet of Things ด้วยเช่นกัน เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงทิศทางของตลาดสมาร์ทโฮมว่ามีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้น มีการคาดการณ์จาก เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ตนิว เอร่า (บริษัทผู้ดำเนินการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ) ว่าตลาดผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2563 จะมีมูลค่าสูงถึง 2,500 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 40 เปอร์เซ็นต์/ปี โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Home Automation จะได้รับความนิยมมากที่สุด

ขณะนี้อุปกรณ์ต่างๆ เกี่ยวกับสมาร์ทโฮมที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดอาจยังไม่รองรับในการเชื่อมโยงเพื่อทำงานร่วมกันสักเท่าไร แต่ในอนาคตความเป็นสมาร์ทโฮมจะมีความสมาร์ทมากขึ้น ระบบและอุปกรณ์ต่างๆ จะมีมาตรฐานและสามารถทำงานร่วมกันได้